Call Center
6 มี.ค. 2569
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นวันที่วงการการศึกษาและเศรษฐกิจไทยต้องหันมาฟัง เมื่อ คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "SHAPING TOMORROW"
ใจความสำคัญที่ "คริสตาลินา" ย้ำหนักแน่นคือ โลกของเราไม่ได้แค่กำลังเปลี่ยน แต่เรากำลังอยู่ในยุค "Shock-prone world" หรือโลกที่เปราะบางและพร้อมจะเกิดแรงกระแทกจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สงคราม หรือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI
คำถามสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านสงสัยคือ แล้วลูกหลานของเรา ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
อ.ป้อ - ณยฎาษ์ ทิพยอัศวภาคิน ผู้ก่อตั้ง Be Wise Corporation และผู้มอบทุนโครงการสอบชิงทุนแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม ระยะสั้น BeWise Global Exchange นักการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการ สร้าง "Global Citizen" มาโดยตลอด มาร่วมวิเคราะห์และถอดรหัสเรื่องนี้ให้เป็นภาคปฏิบัติสำหรับเด็กไทย
Q: จากสุนทรพจน์ของ IMF ที่บอกว่าโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อ.ป้อ มองเรื่องนี้อย่างไรในมุมของการศึกษา?
อ.ป้อ: "สิ่งที่ท่านคริสตาลินาพูด คือสิ่งที่ป้อพยายามสื่อสารกับเด็กๆ และผู้ปกครองในบีไวส์มาตลอดค่ะ ว่ายุคของใบปริญญาใบเดียวนั้นจบไปแล้ว
ท่านพูดถึงคำว่า 'Resilience' (ความยืดหยุ่นล้มแล้วลุกไว) และ 'Agility' (ความคล่องตัว) นี่คือหัวใจสำคัญ ป้อมองว่าในห้องเรียนโรงเรียนไทย เราสอนวิชาการได้เข้มข้นมาก แต่โจทย์ของโลกยุคใหม่คือ 'เมื่อเจอทางตัน คุณจะไปต่ออย่างไร?' AI อาจจะทำงานแทนเราได้ในเรื่องข้อมูล แต่ AI ยังไม่มี 'Sprit of Survival' หรือสัญชาตญาณเอาตัวรอดและการตัดสินใจหน้างานที่ซับซ้อนแบบมนุษย์ นี่คือช่องว่างที่เด็กไทยต้องรีบเติมเต็มค่ะ"
Q: แล้วคำว่า "Global Citizen" ในนิยามของ BeWise จะเข้ามาช่วยแก้โจทย์ตรงนี้ได้อย่างไร?
อ.ป้อ "Global Citizen ไม่ใช่แค่คนที่พูดภาษาอังกฤษไฟแลบ แต่คือคนที่มี Life Skills (ทักษะชีวิต) ที่สามารถเอาตัวรอดและทำงานร่วมกับใครก็ได้ในโลก
วิสัยทัศน์ของ BeWise คือเราไม่ได้อยากสร้างแค่เด็กเก่งทฤษฎี แต่เราอยากสร้าง 'Change Maker' ที่มีคาแรคเตอร์แบบ 'ลุยๆ' กล้าเผชิญโลก ป้อเชื่อว่าความมั่นใจไม่ได้เกิดจากการทำข้อสอบได้เต็ม แต่เกิดจากการที่เขาเจอปัญหา แล้วเขาแก้ได้ด้วยตัวเอง นั่นคือความภูมิใจที่ใครก็แย่งไปไม่ได้ และนี่คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในโลกยุค Shock-prone ค่ะ"
Q: การเรียนรู้แบบไหนที่จะสร้างทักษะเหล่านี้ได้จริง?
อ.ป้อ: "ต้องเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone ค่ะ การนั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยมไม่สามารถสร้าง Resilience ได้
นี่คือเหตุผลที่ BeWise Global Exchange ให้ความสำคัญมากกับการพาเด็กๆ ไป โครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้น อย่างเช่นโปรแกรมที่เราจะไปกันในเดือนตุลาคม นี้ ที่ 7 เมืองการศึกษาโลก
ป้อมองว่าการไปแลกเปลี่ยนคือ 'Sandbox ของชีวิตจริง'
สิ่งเหล่านี้คือ Intangible Assets หรือสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ แต่มีค่ามหาศาล สอดคล้องกับที่ IMF แนะนำคนรุ่นใหม่เป๊ะเลยว่า Focus on what you can control คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายในตัวเอง"
Q: สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในวัย ม.1 - ม.6?
อ.ป้อ: "ช่วง มัธยม ม.1-6 คือช่วงเวลาทองของการค้นหาตัวตนและการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจค่ะ โลกข้างหน้าท้าทายกว่ารุ่นเราเยอะค่ะ แต่ในวิกฤตมีโอกาสเสมอสำหรับคนที่พร้อม
การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดตอนนี้ คือการ 'มอบประสบการณ์' ให้เขาได้เห็นโลกกว้าง ให้เขาได้ลองผิดลองถูกในพื้นที่ที่ปลอดภัยอย่างโครงการของ BeWise Global Exchange เพื่อให้วันที่เขาต้องก้าวไปยืนในเวทีโลกจริงๆ เขาจะเป็นคนที่ 'แกร่ง' พอที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ เหมือนที่ผู้นำระดับโลกแนะนำไว้ค่ะ"
BeWise Global Exchange: เปิดประตูสู่โลกกว้าง สร้างทักษะชีวิตที่ AI แทนที่ไม่ได้
สอบถามรายละเอียดโครงการแลกเปลี่ยนช่วงตุลาคม (October Program) และทุนการศึกษา
ได้ที่ Line: @bewise